วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เทคนิคง่าย ๆ แต่ไม่ธรรมดาในการซ่อนไอคอนบน Windows

บางทีรูปบนไอคอนบนเดสก์ท๊อปอาจดูแกะกะเกินไป หรืออย่างทำให้ดูเก๋ ๆ ด้วยเทคนิคง่าย ๆ ในการซ่อนไอคอนบน Windows XP
มาดูขั้นตอนการทำกันดีกว่า ทำได้ทั้ง XP และ Windows 7 นะครับ 
1 คลิกขวาที่โฟลเดอร์ที่ต้องการจะทำให้มองไม่เห็นรูปไอค่อนบนเดสก์ท๊อปของเรา แล้วไปที่เมนู propperties
2 จะมีหน้าต่าง propperties ขั้นมาให้ไปที่แท็บ Customize เพื่อจะทำการเปลี่ยนไอค่อนให้เป็นแบบว่างเปล่า

3 จากนั้นให้เลือกที่ Chang Icon จะมีหน้าต่างเลือกไอค่อนขึ้นมา จากนั้นให้เราเลือกรูปเปล่า ๆ หรือรูปว่าง ๆดังแสดงในรูปด้านบน เพื่อไม่ให้แสดงไอค่อน ก็ซ่อนไอค่อนนั่นละครับ
4 กด OK ทั้งสองหน้าต่างเพื่อใ้ช้งานที่นี้รูปไอค่อนของเราก็จะหายไปแล้วละ แต่ว่ามันยังมีชื่อของโฟลเดอร์อยู่ ถ้าอย่างให้มันซ่อนไปก็ให้ทำดังนี้ซึ่งผมเคยเอามาฝากกันแล้วทีหนึ่งแต่บางท่านอาจขี้เกียจหาทำตามนี้เลยครับ
ให้ทำการ เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ นั้น ๆ   ( รูปตัวอย่างเป็นรูปก่อนการซ่อนรูปไอค่อนนะครับเดียวจะงงหากเอารูปที่ซ่อนมาเป็นตัวอย่าง ) จากนั้นให้ลบชื่อเดิมออกแล้วทำการ กดปุ่ม Alt ค้างไว้ และพิมพ์ 160 จะเป็นรหัสอักขระช่องว่าง
เพียงเท่านี้ ชื่อของ Icon ก็จะไม่ปรากฎ เพื่อเพิ่มความสวยงาม   หากคุณต้องการเปลี่ยนชื่อ ไอคอนลำดับถัดไป ให้ทำตามขั้นตอนที่ 4 ซ้ำไปเรื่อย ๆ
เพราะไม่สามารถตั้งชื่อซ้ำกันได้ ยกตัวอย่างเช่น Icon ลำดับต่อไปให้เปลี่ยนชื่อ โดยกด Alt +160 จำนวน 2 ครั้ง
และวิธีแม้ว่าเราจะตั้งค่าให้แสดง Hidden file มันก็จะไม่แสดงนะครับ งงกันไปละคราวนี้

F1 ถึง F12 รู้ไหมว่ามันทำอะไรได้บ้าง

F1 ถึง F12 รู้ไหมว่ามันทำอะไรได้บ้าง?


คีย์ที่กล่าวมาส่วนมากเราจะเรียนกมันว่า "ฟังก์ชันคีย์"  F1 ถึง F12 อาจมีความหลากหลายของการใช้งานที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งและโปรแกรมซอฟต์แวร์ที่เปิดอยู่ซึ่งจะเปลี่ยนวิธีการของแต่ละคีย์เหล่านี้


ยังรวมถึงการใช้งานฟังก์ชันคีย์รวมดับคีย์ ALT หรือ CTRL เช่นผู้ใช้ Microsoft Windows สามารถกด ALT + F4 เพื่อปิดโปรแกรมที่ใช้งานอยู่
ด้านล่างเป็นรายการบางส่วนของการทำงานของคีย์ฟังก์ชั่นในคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Microsoft Windows แต่จะไม่ใช่ทุกโปรแกรมที่สนับสนุนฟังก์ชันคีย์


F1
  • มักจะใช้เป็นคีย์ช่วยเกือบทุกโปรแกรมจะเปิดหน้าจอ
  • ป้อนการตั้งค่า CMOS
  • Windows Key + F1 จะเปิดตัวช่วยของ Microsoft Windows
  • เปิดบานหน้าต่างงาน

F2
  • ใน Windows จะใช้ในการเปลี่ยนชื่อไอคอนหรือไฟล์
  • Alt + Ctrl + F2 เปิดเอกสารใหม่ในโปรแกรม Microsoft Word .
  • Ctrl + F2 จะแสดงหน้าต่างตัวอย่างก่อนพิมพ์ใน Microsoft Word
  • เข้าสู่การป้อนการตั้งค่า CMOS หรือ Bios

F3
  • เปิดคุณลักษณะการค้นหาในหลายๆโปรแกรมรวมถึง Microsoft Windows
  • ใน MS - DOS หรือ Windows ของบรรทัดคำสั่ง F3 จะทำซ้ำคำสั่งสุดท้าย
  • Shift + F3 จะมีการเปลี่ยนแปลงข้อความใน Microsoft Word

F4
  • เปิดพบหน้าต่าง
  • ทำซ้ำการกระทำล่าสุด ( Word 2000 ขึ้นไป )
  • Alt + F4 จะปิดโปรแกรมที่ใช้งานอยู่ใน Microsoft Windows
  • Ctrl + F4 จะปิดหน้าต่างที่เปิดอยู่ในหน้าต่างที่ใช้งานในปัจจุบันใน Microsoft Windows

F5
  • ในทุกเบราว์เซอร์อินเทอร์เน็ต F5 จะรีเฟรชหรือโหลดหน้าเว็บหรือหน้าต่างเอกสาร
  • เปิดหน้าค้นหา แทนที่ และไปที่หน้าต่างใน Microsoft Word
  • เริ่มสไลด์โชว์ใน PowerPoint

F6
  • ย้ายเคอร์เซอร์ไปที่ Address bar ใน Internet Explorerและ Mozilla Firefox .
  • Ctrl + Shift + F6 เปิดไปยังเอกสารอื่น ๆ ใน Microsoft Word
F7
  • ปกติจะใช้เพื่อตรวจสอบการสะกดและไวยากรณ์ตรวจสอบเอกสารในโปรแกรม Microsoft เช่น Microsoft Word, Outlook, ฯลฯ
  • Shift + F7 ทำงานตรวจสอบบนคำที่ไฮไลต์
  • เปิดการใช้งานเลือนหน้าต่างด้วยปุ่มลูกศรบนคีย์บอร์ดใน Mozilla Firefox

F8
  • แป้นฟังก์ชันที่ใช้ในการเข้าสู่เมนูเริ่มต้น Windows, นิยมใช้ในการเข้าถึง Windows แบบ Safe Mode .

F9
  • เปิดแถบเครื่องมือวัดใน Quark 5.0

F10
  • ใน Microsoft Windows เปิดใช้งานแถบเมนูของโปรแกรมที่เปิดอยู่
  • Shift + F10 เป็นเช่นเดียวกับการคลิกขวาบนไอคอนที่ไฮไลต์ไฟล์หรือการเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ต
  • การเข้าถึงการกู้คืนพาร์ทิชันที่ซ่อนอยู่ ของ HP และ Sony คอมพิวเตอร์
  • ป้อนการตั้งค่า CMOS .

F11
  • โหมดเต็มหน้าจอในเบราว์เซอร์อินเทอร์เน็ต
  • CTRL + F11 การเข้าถึง การกู้คืนพาร์ทิชันที่ซ่อนอยู่ในคอมพิวเตอร์ของ Dell
  • การเข้าถึงการกู้คืนพาร์ทิชันที่ซ่อนอยู่บน eMachines, Gateway, และคอมพิวเตอร์ Lenovo

F12
  • เปิดหน้าที่ทำการบันทึกใน Microsoft Word
  • SHIFT + F12 บันทึกเอกสาร Microsoft Word
  • Ctrl + Shift + F12 พิมพ์เอกสารใน Microsoft Word

การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแรม บน XP

วันนี้หาเคล็ดไม่ลับและไม่ยากจนเกินไปสำหรับท่านที่ยังใช้ XP กันอยู่ซึ่งยังคงมีเยอะกว่า 7 ถึงแม่ตอนนี้ผมเองก็อยากหันไปใช้ 7 แต่ด้วยสถานการณ์สุดท้ายก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี มาดูกันต่อซึ่งวิธีนี้ จะเป็นการแก้ไขค่าในรีจิสตรี ที่จะช่วยทำให้ระบบโหลดเคอร์เนลใน Windows XP เอาไปเก็บไว้ในแรมเลย และวิธีการนี้จะช่วยทำให้มีประสิทธิภาพของแรมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
แต่เครื่องที่สามารถใช้งานได้จะต้องมีแรมไม่ต่ำกว่า 256MB ขึ้นไปซึ่งน่าจะเกินกันอยู่แล้วเพราะเดียวนี้อย่างน้อยแต่ละเครื่องก็ต้องมีแรมเกิน 1GB (1024MB) ขึ้นไปอยู่แล้วนอกจากเครื่องที่ท่านใช้จะเก่าอย่างรุนแรง ซึ่งหากยังใช้เครื่องที่ช้าขนาดนั้นได้อยู่ก็คงไม่จำเป็นต้องปรับแต่งอะไรแล้วละ คงไม่มีอะไรช่วยได้แล้วนอกจากซื้อเครื่องใหม่ซะเลย
ขั้นตอนการทำดังต่อไปนี้เลยครับ

1. เปิดโปรแกรม Registry Editor ขึ้นมา โดยคลิกที่ Start > Run >
 

ในหน้าต่าง RUN พิมพ์ Regedit กด OK


2. เข้าไปที่
> HKEY_LOCAL_MACHINE
SYSTEM
CurrentControlSet
Control
SessionManager
> Memory Management 

3. ให้หาคีย์ดังต่อไปนี้ ที่หน้าต่างทางขวงมือ

"DisablePagingExecutive"=dword:00000000
"LargeSystemCache"=dword:00000000


4. เมื่อพบแล้วให้แก้ไข หากไม่มี ให้สร้างคีย์ใหม่ โดยตั้งค่าดังนี้

"DisablePagingExecutive"=dword:00000001
"LargeSystemCache"=dword:00000001

ถ้ามีอยู่แล้วจะมีดังสองหัวข้อดังแสดงในรูปด้านล่าง จากนั้นให้เปลี่ยนค่าโดยคลิกขวาที่หัวข้อทีละอันแล้วเลือที่ modify


เปลี่ยนเลข 0 ตัวสุดท้ายให้เป็นเลข 1


5. รีสตาร์ทเครื่องใหม่ เพื่อให้ค่าที่เปลี่ยนแปลงเริ่มทำงาน 

6. หากต้องการให้ค่าต่างๆที่ปรับแต่งไว้กลับเป็นเหมือนเดิม ให้เปลี่ยนจาก 1 ไปเป็น 0

สิ่งดีๆ ที่คุณจะพบใน Windows 8

1.การบูตเครื่องได้เร็วมาก
เมื่อเทียบกับวินโดวส์อื่นๆ เพียงไม่กี่วินาทีคุณก็สามารถใช้งานวินโดวส์ได้แล้ว



2.อินเตอร์เฟสใหม่ที่แปลกตา
หน้าแรกของการใช้งานคุณจะเจอ แอพพลิเคชันหรือโปรแกรมที่ใช้งานมารวมอยู่หน้าเดียวกันที่หน้า Start แบบ Modern Style สะดวกในการใช้งาน อาทิเช่น แอพพลิเคชันของอีเมล, รูปภาพ, ข่าว, ปฏิทิน, พยากรณ์อากาศและอื่น ๆ อีกมาก ทั้งนี้ยังแสดงเป็นแบบอัพเดทตลอดเวลา ซึ่งทำให้คุณทราบข่าวสารอยู่ตลอดเวลา



3.ระบบค้นหายอดเยี่ยม
Windows 8 มีฟังก์ชันการค้นหาสิ่งต่าง ๆ โดยแบบเป็นหมวดหมู่ Application, Settings, File และในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยค้นหาผ่านหน้า Start ได้ทันที่เพียงแค่พิมพ์คำที่ต้องการค้นหาลงไปซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องพิมพ์ทั้งคำ วินโดวส์จะทำการแสดงทุกอย่างที่ตรงกับคำค้นหาขึ้นมาทันที

4.เชื่อมต่อข้อมูลกันได้หมด
ไม่ว่าคุณจะมีคอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ๊ก หรือแท็บเล็ต สักกี่เครื่อง คุณก็สามารถตั้งค่าต่างๆ ให้อุปกรณ์ดังกล่าวที่ใช้ Windows 8 เชื่อมต่อข้อมูลกัน โดยข้อมูลเกือบทั้งหมดจากทุกเครื่องจะเหมือนกันไม่ว่าเครื่องนั้นจะอยู่ที่จุดใดของโลกใบนี้ ขอเพียงให้มีอินเตอร์เน็ตใช้ ด้วยฟังก์ชั่น Sync ผ่านแอคเคาท์ของไมโครซอฟท์


5. แชร์ข้อมูล
แชร์ (Share) ฟังก์ชันเหมาะสมมาก สำหรับคนที่ชอบโซเชียลเน็ตเวิร์ก ไมโครซอฟท์ออกแบบให้ Windows 8สามารถเลือกแชร์สิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ข้อมูล, รูปภาพ, หน้าเว็บไซต์, เพลง, ภาพยนตร์ และอื่นๆ สำหรับวิธีแชร์นั้นก็ง่ายมาก เพียงแค่เลือกปุ่ม Share ใน Charms Bar เท่านั้นเอง นอกจากนี้ยังสามารถแชร์ไปยังแอพพลิเคชัน อื่น ๆ ได้อีกด้วย อาทิเช่น แชร์ลิงก์หน้าเว็บไปยังคลิปบอร์ดหรือ Notepad หรือแชร์รูปภาพไปยังโปรแกรมแต่งภาพ เป็นต้น

6.เปิดอินเตอร์เน็ตได้รวดเร็ว
ถ้าคุณใช้เบราว์เซอร์ Internet Explorer 10 คุณจะต้องประหลาดใจว่า IE10 เปิดเว็บได้รวดเร็วกว่า IE รุ่นก่อนมากนัก เร็วจนเบราว์เซอร์อื่นๆ ต้องหันมามองแล้วล่ะว่า จะพัฒนาเบราว์เซอร์ของตัวเองให้เร็วขึ้นเพื่อหนี IE 10 ได้อย่างไร

7.การรีเฟรชและรีเซตระบบ
Windows 8 นี้ มีฟีเจอร์ใหม่ให้ผู้ใช้สามารถแก้ไขระบบได้เมื่อระบบมีปัญหาจนไม่สามารถแก้ได้แบบปกติ ฟีเจอร์รีเฟรช (Refresh) หรือรีเซต (Reset) ของ Windows 8 ช่วยคุณแก้ไขได้ง่ายโดยใช้เวลาไม่ได้นาน
การรีเฟรซ ? คือการล้างระบบใหม่เพื่อให้กับเครื่องที่ใช้ไปนานๆ แล้วรู้สึกว่าเครื่องทำงานช้าหรือมีปัญหานั้น ให้สามารถกลับมาทำงานได้ดีขึ้นโดยการรีเฟรชนี้จะไม่ทำให้ ไฟล์, การปรับแต่งส่วนบุคคล (Personalization Settings) และแอพพลิเคชันหายไป
การรีเซต ? จะลบทุกอย่างในเครื่องออกทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นไฟล์, แอพพลิเคชัน แอคเคาท์ต่าง ๆ ของคุณ พูดง่ายๆ คือเครื่องจะกลับม้เหมือนตอนติดตั้งวินโดวส์ครั้งแรก
ฟีเจอร์ทั้งสองคุณสามารถเข้าได้ที่เมนู Charms Bar เลือก Settings > Change PC Settings > General

8. Task Manager
Windows 8 ปรับปรุง Task Manager ให้ดูสวยงามขึ้น ใช้งานง่าย และมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม การแสดงแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ Apps, Background Processes และ Windows Processes และมีรายละเอียดการใช้ทรัพยากรเครื่องของแต่ละแอพพลิเคชันให้ดูว่าใช้ CPU, Ram, Bandwidth เท่าไหร่ในแบบ Real Time พร้อมทั้งยังมีการแสดงในรูปแบบกราฟ และบันทึกการใช้ทรัพยากรในแต่ละช่วงเวลาให้ดูย้อนหลังได้ นอกจากนี้ ทั้งนี้ยังสามารถตั้งค่าให้แอพพลิเคชัน เริ่มทำงานหรือไม่ทำงานทันทีที่เปิดเครื่องได้

9.หน้าต่างก็อปปี้ไฟล์
Windows 8 มีการก็อปปี้ไฟล์แบบใหม่ทั้งหน้าตาและประสิทธิภาพที่ดีขึ้น โดย
เมื่อเจอไฟล์ชื่อซ้ำกันและแสดงหน้าต่างถามก่อนว่าต้องการทำอะไรกับมัน ทำให้ผู้ใช้สามารถตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรกับไฟล์
ปรับความเร็วในการก็อปปี้ได้ตัวเอง ยกตัวอย่าง เช่น คุณกำลังก็อปปี้ไฟล์ผ่านระบบเครือข่ายไร้สายอยู่แต่มาเสียบสายแลนในเวลาต่อมาระบบจะรับรู้แล้วปรับตัวเองให้ทำงานเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ
ถ้าไฟล์ให้มากจนเครื่องเข้าโหมด Sleep หรือ Hibernate ระบบจะหยุดการก็อปปี้ไฟล์ และเมื่อตื่นขึ้นมาจะถามว่าต้องการ Resume ต่อหรือไม่
ถ้ามีปัญหา error ขณะก็อปปี้ไฟล์ระบบจะถามก่อนเริ่มก็อปปี้ในกรณีพบก่อน หรือแจ้งเตือนปัญหาหลังก็อปปี้เสร็จในกรณีพบระหว่างทาง ช่วยทำให้งานไม่หยุดชะงักและคุณไม่ต้องเฝ้าหน้าเครื่องตลอดเวลาที่ก็อปปี้ไฟล์

10. ริบบอนเมนูของ Windows Explorer
Windows Explorer ของ Windows 8 จะมีเมนูแบบ Ribbon ที่เหมือนกับ Microsoft Office 2010 ทำให้ใช้งานได้สะดวกและหลากหลายขึ้น โดย
Windows Explorer แสดงผลได้ทั้งแบบเต็มแบบย่อ (minimize) ซึ่งเป็นดีฟอลต์เพื่อลดความซับซ้อนและเพิ่มพื้นที่ของหน้าต่าง Explorer
ที่ปุ่มของริบบอนจะมี Tooltip ของปุ่มจะแสดงรายระเอียดว่าใช้ทำอะไร
ค่าต่างๆ ที่คุณตั้งไว้ใน Explorer สามารถบันทึกไว้ในแอคเคาท์คุณได้ และสามารถนำไปใช้ซิงค์กับเครื่องอื่นโดยอัตโนมัติ


วิธีตรวจสอบว่า iPhone หรือ iPad มือสองที่เรากำลังจะซื้อเป็นของขโมยมาหรือเปล่า







ตั้งแต่ iOS 7 ออก Apple ได้เพิ่มคุณสมบัติในการป้องกันการโจรกรรมที่เรียกว่า Activation Lock ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริการ Find My iPhone โดยการทำงานของมันจะเป็นการล็อคเครื่อง มีผลทำให้ไม่สามารถนำเครื่องที่หายไปใช้งานหรือรีสตอร์ได้ นอกเสียจากว่าจะทำการใส่รหัส Apple ID เพื่อปิด Activation Lock เสียก่อน
ถ้าเกิดคุณมีแผนการจะซื้อ iDevice มือสองต่อจากคนอื่น สิ่งหนึ่งที่ควรเช็ค คือ เครื่องติด Activation Lock หรือเปล่า ถ้าติดก็ขอให้ผู้ขายปลดออกเสียก่อน เพราะบางทีเค้าอาจจะลืมปิดให้ก็ได้ แต่ถ้าเค้าปิดให้เราไม่ได้แล้วล่ะก็ สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่ามันอาจจะเป็นเครื่องที่เค้าขโมยมาหรือเก็บได้ หากเราซื้อแล้วล่ะก็ อาจจะโดนเจ้าของเครื่องตัวจริงตามมาทวงถึงบ้าน แถมเครื่องก็ไม่สามารถใช้งานได้อีกด้วย
2014-10-03_111318
ล่าสุด Apple ได้เริ่มให้บริการใหม่ ในการตรวจสอบอุปกรณ์ว่าเครื่องดังกล่าวติดสถานะ Activation Lock อยู่หรือไม่ วิธีใช้งานก็ไม่ยากครับ
ไปที่ https://www.icloud.com/activationlock/ (ใช้งานเว็บนี้ได้เฉพาะผ่าน PC) แล้วป้อนเลข IMEI หรือ Serial number เครื่องเข้าไป จากนั้นกดดำเนินการต่อ
อันนี้เป็นสถานะของเครื่องผมครับ ทดสอบให้ดู ซึ่งผมเปิด Lock เอาไว้ ถ้าขึ้นว่าเปิด ต้องขอให้เค้าปิดให้นะครับ ไม่งั้นเราจะไม่สามารถนำเครื่องไปใช้งานต่อได้เลย
2014-10-03_111032


2014-10-03_112205

วิธีดูเลข IMEI ทำได้หลายวิธี
  • ไปที่ Settings > General > About เลื่อนลงมาล่างๆ จะเห็นเลข IMEI
  • ด้านหลังเครื่องบริเวณตรงกลางด้านล่าง มีสกรีนตัวเล็กๆ อยู่
  • เปิดดูใน iTunes

คุ้มค่ากว่า!! Lumia 635 มีราคาไม่ถึงครึ่งของ iPhone 6

microsoft-nokia-lumia-635-vs-iphone


@NokiaUS ได้ทวิตเตอร์ข้อความแซะ iPhone 6 เบาๆด้วยรูปภาพอินโฟร์กราฟฟิคของ Lumia 635 พร้อมอุปกรณ์เสริมแบบจัดเต็มทั้งหูฟัง ที่ชาร์จพกพา ลำโพงไร้สายพร้อมบริการฟรีเฉพาะ Windows Phone ทั้ง Mixradio,Office Mobile ว่าทั้งหมดนี้รวมแล้ว 269.99$ ราว 8,800 บาทเท่านั้นแถมราคายังไม่ถึงครึ่งของ iPhone 6 ที่ 700$ ราว 22,800 บาทที่อเมริกาด้วยซ้ำ


แจงออกมาได้ดังนี้
  • Lumia 635 ราคา $100
  • ฝาหลัง Lumia 635 ราคา $15
  • หูฟัง Coloud Pop headset with buds ราคา $24.99
  • หูฟัง Coloud Knock ราคา $30
  • Nokia Portable Wireless Speaker ราคา $60
  • Nokia Universal Portable USB Charger ราคา $25
  • Nokia Treasure Tag ราคา $39.99
  • MixRadio ฟรี
  • Microsoft Lync ฟรี
  • Office Mobile ฟรี
  • OneDrive 15GB ฟรี
  • เล่นเกม Xbox เวอร์ชั่น Windows Phone ฟรี

Microsoft อัพเกรดให้บริการพื้นที่บน OneDrive แบบไม่จำกัด

FB_20141031_09_07_55_Saved_Picture

     เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ ได้ประกาศข่าวดีสำหรับผู้ใช้ Office 365  จะได้รับพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Cloud Storage)  บน OneDrive  แบบไม่จำกัด จากเดิม 1TB  โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด  เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  โดยลูกค้ากลุ่มแรกที่จะได้รับสิทธิ์นี้ คือ ผู้ใช้บริการแพ็กเกจ Office 365 Home, Personal และ University สำหรับผู้ใช้บริการแพ็กเกจแบบ OneDrive for Business  สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ Office 365 roadmap website  โดยจะมีการทยอยอัพเดทในปี 2015


     การประกาศเพิ่มพื้นที่แบบไม่จำกัดในครั้งนี้  นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ OneDrive  โดยไมโครซอฟท์เชื่อว่าบริการ Cloud Storage จะมอบประโยชน์สูงสุดก็ต่อเมื่อสามารถเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถสร้างสรรค์และประสานความร่วมมือระหว่างกันได้ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว   ก้าวดังกล่าวเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในการใช้งานทั้งในเรื่องชีวิตส่วนตัวและการทำงานเพื่อช่วยให้ผู้คนสามารถที่จะจัดเก็บ ซิงก์ แชร์ และทำงานร่วมกันผ่านทั้งไฟล์สำคัญต่างๆ รูปภาพ หรือวิดีโอได้อย่างง่ายดาย และสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ ทุกเวลา ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยและเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานที่เข้มงวดที่สุด
ไมโครซอฟท์ ยังคงเดินหน้าในการทำให้ OneDrive กลายเป็นผู้นำระดับโลกด้านพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ (Cloud Storage)  และเป็นส่วนหนึ่งของบริการที่ดีสุดสำหรับผู้ใช้บริการ Office 365  อีกด้วย
 

ฟอร์มรายชื่อติดต่อ

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *